กองทุนแนะนำ

ภาพรวมตลาด (Market Overview)
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังอยู่ในภาวะ ‘Index Strong, Breadth Weak’ แม้ S&P 500 ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ แต่แรงขับเคลื่อนยังจำกัดอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่บางกลุ่ม โดยเฉพาะ AI และ Mega Cap Technology ขณะที่ market breadth ยังไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแรง
• แรงซื้อหลักยังมาจากกลุ่ม Communication Services และ Information Technology ซึ่งได้แรงหนุนจาก earnings visibility และธีม AI Investment Cycle ขณะที่กลุ่ม Utilities, Financials และ Real Estate ยังถูกกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและดอกเบี้ย หลังตัวเลข CPI และ PPI เดือน เม.ย. ออกมาสูงกว่าคาด
• ในระยะสั้น ตลาดจึงมีแนวโน้มให้ Premium กับหุ้นที่มีกำไรแข็งแกร่ง กระแสเงินสดชัดเจน และมีธีมการเติบโตเชิงโครงสร้างรองรับ โดยเฉพาะกลุ่ม AI Infrastructure ซึ่งยังได้แรงหนุนจาก Demandด้าน AI ที่เติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิตในระบบ รวมถึงบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของ AI ในเวทีโลก หลังการเดินทางของประธานาธิบดี Trump และ CEO บริษัทเทคโนโลยี เพื่อพบประธานาธิบดี Xi Jinping ที่กรุงปักกิ่ง
• ดังนั้น แม้ตลาดสหรัฐฯ ยังมี Momentum จาก AI และ Earnings แต่ Breadth ที่อ่อนแอสะท้อนว่าการลงทุนควรเลือกหุ้นรายกลุ่มอย่างระมัดระวัง ขณะที่ เงินเฟ้อและดอกเบี้ยยังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม โดยกลยุทธ์การลงทุนของ LHFund ยังคงเน้นการจัดพอร์ตแบบสมดุล โดยแบ่งเป็น Core Portfolio และ Satellite Portfolio
Core Portfolio
เราแนะนำกระจายการลงทุนข้ามสินทรัพย์และภูมิภาค ผ่าน Global Equity เพื่อลดความเสี่ยงเฉพาะประเทศ และจัดสรรบางส่วนไปยัง Global Investment Grade Bond เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม

Satellite Portfolio
เรายังคงให้น้ำหนักกับธีมการลงทุนที่มีแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างชัดเจน ได้แก่
2.1 ธีม AI และ โครงสร้างพื้นฐานของ AI ยังคงเป็นธีมหลักที่น่าสนใจ จากแรงหนุนของกำไรบริษัทเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง และบทบาทของ AI Infrastructure ในฐานะเมกะเทรนด์ระยะยาวที่กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก
2.2 สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายโอกาสนอกเหนือจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นจีน ยังมีความน่าสนใจ จาก Valuation ที่ยังอยู่ในระดับไม่แพง และสัญญาณการฟื้นตัวที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Technology ที่กลับมาเป็นแรงนำสำคัญของตลาดในรอบล่าสุด


พอร์ตเสริมเพิ่มโอกาสและกระจายการลงทุนสู่ธีมเด่นและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก ผ่าน 3 สไตล์ การลงทุน
Contrarian Strategy
คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังให้น้ำหนักไม่มาก หรือยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHGDEFENSE
ลงทุนในบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ครอบคลุมสหรัฐฯ และเกาหลีใต้รับอานิสงส์จากงบกลาโหมโลกที่เพิ่มขึ้นและเทคโนโลยี
กองทุน Global X Defense Tech ETF ปรับฐานลงราว -18% จากจุดสูงสุดช่วงต้นเดือน มี.ค. หลัง Iran Conflict Premium เริ่มลดลง และตลาดสะท้อนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้วบางส่วน แต่ปัจจุบัน RSI อ่อนตัวใกล้โซน Oversold สะท้อนว่าแรงขายระยะสั้นถูกสะท้อนไปมากแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากราคาที่ถูกกดดันระยะสั้น แต่พื้นฐานระยะยาวยังได้แรงหนุนจากความต้องการยกระดับขีดความสามารถทางทหารทั่วโลก เราจึงมองว่าธีม Defense Tech เริ่มน่าสนใจในเชิง Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHGDEFENSE ซึ่งเป็นกองทุน Fund of Fund ลงทุนในกองทุน Global X Defense Tech ETF (SHLD) (55%), State Street SPDR S&P Kensho Final Frontiers ETF (ROKT) (20%) และ PLUS Korea Defense Industry Index ETF (KDEF) (10%)
อ้างอิงจาก Global X Defense Tech ETF (SHLD)
แนวรับ: USD63.60 และ USD62.60 | แนวต้าน: USD 70.55 และ USD 72.86
(หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD63.60 จะมี Expected Return ประมาณ +10.9% ถึง +14.6%)
LHGAS
ลงทุนในหุ้น Exploration and Production ในธุรกิจ Oil & Gas และโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน Natural Gas
กองทุน First Trust Natural Gas ETF (FCG) ปรับฐานจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนเม.ย. ราว -5% และเริ่มเข้าใกล้แนวรับสำคัญบริเวณ Moving Average 50 วัน สะท้อนว่าแรงขายระยะสั้นถูกสะท้อนไปบ้างแล้ว ขณะที่พื้นฐานระยะยาวยังได้แรงหนุนจากความต้องการพลังงานต้นน้ำและโครงสร้างพื้นฐานด้าน Natural Gas ที่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะถัดไป ทำให้ธีมนี้เริ่มกลับมาน่าสนใจในเชิง Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHGAS ลงทุนใน กองทุนหลัก First Trust Natural Gas ETF (FCG)
กอง Master: First Trust Natural Gas ETF (FCG)
แนวรับ: USD28.74 และ USD28.02 | แนวต้าน USD34.00 และ USD36.00
(หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD28.74 จะมี Expected Return ประมาณ +18.3% ถึง 25.3%)
Momentum Strategy
คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากแนวโน้ม หรือปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีมในระยะกลาง
LHSPACE
กองทุนอวกาศกองแรกของประเทศไทยลงทุนในกองทุนธีมเศรษฐกิจอวกาศ ครอบคลุมธุรกิจทั้ง Value Chain
อุตสาหกรรมอวกาศเริ่มเห็นการใช้งานเชิงพาณิชย์จริงมากขึ้น ขณะที่ หลายบริษัทตลอดห่วงโซ่คุณค่ามี Backlog เร่งตัวและ Earnings Visibility ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ การทยอยรับรู้สัญญาภาครัฐจากงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ ทำให้ ธีมนี้น่าสนใจในเชิง Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHSPACE ซึ่งลงทุนใน กองทุนหลัก Neuberger Berman Next Generation Space Economy Fund
อ้างอิงจาก ARK Space & Defense Innovation ETF (ARKX)*
แนวรับ USD33.00 และ USD32.17 | แนวต้านที่ USD35.55 และ USD39.00
(หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD33.00 จะมี Expected Return ประมาณ +7.7% ถึง +18.2%)
LHSOLAR
ลงทุนในหุ้นโซลาร์ทั่วโลก เพื่อจับโอกาสจากการเติบโตของพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าแห่งอนาคต
ธีมพลังงานแสงอาทิตย์เริ่มกลับมาน่าสนใจมากขึ้น จากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ขณะที่ ต้นทุนเทคโนโลยี Solar ยังมีแนวโน้มลดลงช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของพลังงานแสงอาทิตย์ในระยะยาว โดยหลายบริษัทในห่วงโซ่คุณค่าเริ่มเห็นสัญญาณคำสั่งซื้อและ backlog ที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ธีมนี้น่าสนใจในเชิง Momentum Strategy Conviction
เราแนะนำ กองทุน LHSOLAR ลงทุนใน กองทุนหลัก Invesco Solar ETF (TAN)
กอง Master: Invesco Solar ETF (TAN)
แนวรับ: USD59.00 และ USD57.39 USD | แนวต้าน USD69.04
(หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD59.00 จะมี Expected Return ประมาณ +17.0%)
Medium-Term Strategy
คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHAI
ลงทุนในธีม Generative AI ผ่าน Active ETF ที่คัดเลือกบริษัทผู้ได้ประโยชน์จาก AI และโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์
Generative AI เป็นแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจโลก จากบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในหลายอุตสาหกรรม จึงทำให้ ธีมนี้ยังน่าสนใจในเชิง Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI ที่ลงทุนใน กองทุนหลัก Roundhill Generative AI & Technology ETF ซึ่งบริหารแบบ Active Management สำหรับผู้ที่ต้องการคว้าโอกาสระยะยาวจากเมกะเทรนด์ AI
อ้างอิงจาก iShares MSCI Emerging Markets ETF (EEM)*
แนวรับ 60.32 USD | แนวต้าน 68.00 USD
(หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 60.32 USD จะมี Expected Return ประมาณ +12.7%)
LHCHINA
ลงทุนในตลาดหุ้นจีนผ่านกองทุนที่คัดเลือกบริษัทคุณภาพสูงซึ่งมีศักยภาพเติบโต
MSCI China ซื้อขายที่ forward P/E ราว 11.5x และ CSI 300 ราว 14.8x ขณะที่ consensus คาด EPS growth ปี 2026–2027 ของ MSCI China ที่ +17%/+17% และ CSI 300 ที่ +26%/+14% สะท้อนว่ายังมี upside จากทั้ง valuation และกำไรที่ฟื้นตัว ซึ่งหลักๆ มาจากการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะกลุ่ม Technology ซึ่งมีโอกาสกลับมาเป็นแกนหลักของการเติบโตในระยะถัดไป ทำให้ตลาดหุ้นจีนยังน่าสนใจในเชิง Medium-Term Strategy Conviction
เราแนะนำ กองทุน LHCHINA ลงทุนในตลาดหุ้นจีนผ่าน Fund of Funds โดยใช้ iShares Core MSCI China ETF (2801 HK) และ iShares MSCI China ETF (MCHI US) เป็น Core Exposure หลัก
อ้างอิงจาก iShares MSCI China ETF (MCHI)*
แนวรับ USD58.00 | แนวต้าน USD64.86
(หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD58.00 จะมี Expected Return ประมาณ +11.8%)
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF ข้อมูลแนวรับ แนวต้าน และ expected return เป็นการจัดทำโดยฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุนมิได้เป็นการรับประกันผลตอบจากการลงทุนแต่อย่างใด
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

