กองทุนแนะนำ

Rheinmetall กุมชะตาความมั่นคง NATO กับ Backlog ทะลุแสนล้าน!
ในช่วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ บริษัท Rheinmetall AG ได้ยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ระดับภูมิภาคสู่การเป็นบริษัทด้านความมั่นคงระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ ภายในเดือนมีนาคม 2026 การวิเคราะห์สถานะทางการเงินและยุทธศาสตร์ของบริษัทสะท้อนถึงความแข็งแกร่งที่สูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากมูลค่าสัญญาซื้อขายที่รอส่งมอบ ซึ่งเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 64,000 ล้านยูโร และมีแนวโน้มขยายตัวถึงประมาณ 135,000 ล้านยูโรภายในสิ้นปี 2026
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายความมั่นคงของกลุ่มประเทศ NATO ซึ่งได้ปรับเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมจากระดับขั้นต่ำเดิมที่ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไปสู่เป้าหมายใหม่ที่สูงถึง 5% ภายในปี 2035 ตามข้อตกลงที่กรุงเฮกในปี 2025 ส่งผลให้ Rheinmetall สามารถสร้างความได้เปรียบด้านขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในธุรกิจกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะหนัก ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์สำคัญในสงครามสมัยใหม่
ในช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 บริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจด้านการป้องกันประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยตัดสินใจจำหน่ายธุรกิจเครื่องยนต์และระบบพลังงานสำหรับภาคพลเรือนออกไปในไตรมาสแรกของปี 2026 เพื่อให้สามารถมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรสูงกว่า นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานผ่านการเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตไนโตรเซลลูโลส Hagedorn-NC ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตกระสุน รวมถึงการขยายธุรกิจสู่ภาคการทหารทางทะเลผ่านการควบรวมกิจการกับ Naval Vessels Lürssen (NVL) ที่เสร็จสมบูรณ์ในเดือนมีนาคม 2026
การขยายตัวดังกล่าวทำให้ Rheinmetall สามารถวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้พัฒนาระบบป้องกันประเทศที่ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ และด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ รวมถึงการเข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัท DOK-ING ของโครเอเชีย เพื่อเสริมศักยภาพด้านระบบหุ่นยนต์และยานยนต์ไร้คนขับ
ในด้านโครงสร้างรายได้ ส่วนธุรกิจกระสุนและอาวุธถือเป็นแหล่งกำไรหลักของบริษัท โดยมีเป้าหมายรายได้ประมาณ 5,000 ล้านยูโรในปี 2026 และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึงประมาณ 30% ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงการที่ Rheinmetall ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตรรายใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 1.1–1.5 ล้านนัดต่อปีภายในปี 2027
ขณะเดียวกัน ส่วนธุรกิจยานเกราะยังคงเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัท โดยมีโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการยานเกราะ Boxer “Arminius” จากรัฐบาลเยอรมนี ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 37,000 ล้านยูโร รวมถึงความพยายามเข้าร่วมโครงการ XM30 ของกองทัพบกสหรัฐฯ นอกจากนี้ งบประมาณกลาโหมของเยอรมนีในปี 2026 ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 129,000 ล้านดอลลาร์ ยังเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนแนวโน้มรายได้ของบริษัทในระยะยาว ขณะที่การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาในระบบป้องกันภัยทางอากาศ Skyranger ยังช่วยเสริมศักยภาพในเทคโนโลยีการป้องกันภัยทางอากาศยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องพิจารณาความสมดุลระหว่างศักยภาพการเติบโตและระดับราคาหุ้นที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากหุ้น Rheinmetall ซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้าประมาณ 62 เท่าในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการปรับฐานของราคาหุ้น หากบริษัทไม่สามารถแปลงมูลค่าสัญญาซื้อขายที่รอส่งมอบให้กลายเป็นกำไรได้ตามแผน หรือหากสถานการณ์สงครามในยูเครนคลี่คลายลงเร็วกว่าคาด จนลดความเร่งด่วนของการจัดซื้อยุทโธปกรณ์
แม้ว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่าง J.P. Morgan และ Morgan Stanley ยังคงให้มุมมองเชิงบวกต่อหุ้นของบริษัท โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ในช่วงประมาณ 2,250–2,500 ยูโรต่อหุ้นก็ตาม
นอกจากนี้ บริษัทอาจเผชิญความเสี่ยงจากการพึ่งพาวัตถุดิบบางประเภทจากจีนในการผลิตไนโตรเซลลูโลส รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการทำสงครามที่หันไปใช้โดรนและปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น ซึ่งอาจลดความต้องการยุทโธปกรณ์หนักในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม จากยุทธศาสตร์การขยายกำลังการผลิตในระดับอุตสาหกรรม และบทบาทที่เพิ่มขึ้นในการกำหนดมาตรฐานด้านยุทโธปกรณ์ของยุโรป Rheinmetall AG ยังคงมีสถานะเป็นบริษัทสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมความมั่นคงในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม จากยุทธศาสตร์การขยายกำลังการผลิตในระดับอุตสาหกรรม และบทบาทที่เพิ่มขึ้นในการกำหนดมาตรฐานด้านยุทโธปกรณ์ของยุโรป Rheinmetall AG ยังคงมีสถานะเป็นบริษัทสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมความมั่นคงในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนผ่านกองทุนรวม ปัจจุบันมีกองทุนแนะนำอย่าง LHGDEFENSE ซึ่งมีน้ำหนักการลงทุนใน Rheinmetall ในกองทุนหลักอยู่ที่ประมาณ 6.18%
Source: Rheinmetall, Seeing Alpha
Data as of: March 10, 2026
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

