LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

กองทุนแนะนำ



Micron (MU) ก้าวสู่ยุค "AI Memory Supercycle" จากผู้ผลิตชิปแรมทั่วไป สู่เสาหลักโครงสร้างพื้นฐาน AI โลก

ธุรกิจของ Micron Technology หรือที่นักลงทุนรู้จักกันในชื่อหุ้น MU ในช่วงปี 2026 นี้ เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลกเทคโนโลยี โดยจากเดิมที่บริษัทผลิตหน่วยความจำที่เป็นเพียงชิ้นส่วนทั่วไปซึ่งราคามักจะผันผวนขึ้นลงตามความต้องการของตลาดคอมพิวเตอร์และมือถือ แต่ในปัจจุบันนี้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ได้เข้ามาเปลี่ยนสถานะของหน่วยความจำจากที่เป็นเพียงส่วนประกอบรองให้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่โลกขาดไม่ได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะในการทำงานของ AI จะต้องมีการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าในปัจจุบันความเร็วของตัวประมวลผลนั้นก้าวหน้าไปไกลมากจนหน่วยความจำแบบเดิมไม่สามารถส่งข้อมูลให้ได้ทันเวลา สภาวะนี้ถูกเรียกว่ากำแพงหน่วยความจำ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกต้องหันมาหา Micron เพื่อขอซื้อหน่วยความจำความเร็วสูงที่เรียกว่า HBM (High Bandwidth Memory) เพื่อนำไปใช้เป็นท่อส่งข้อมูลขนาดใหญ่ให้กับชิปประมวลผลของ AI


ความน่าสนใจของธุรกิจ Micron ในตอนนี้คือการที่บริษัทสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Supercycle ของหน่วยความจำสำหรับ AI ได้อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดาวเด่นอย่าง HBM3E ที่มีความพิเศษกว่าคู่แข่งในเรื่องของการประหยัดพลังงานที่ทำได้ดีกว่าถึงร้อยละ 30 ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ต้องเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงและต้องเผชิญกับปัญหาความร้อนและการใช้ไฟมหาศาล สิ่งที่ยืนยันว่าธุรกิจนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างรุนแรงคือการที่ยอดจองสินค้าประเภทนี้ถูกจับจองล่วงหน้าจนเต็มโควตาไปจนถึงสิ้นปี 2026 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหมายความว่าในช่วงเวลาเกือบสองปีจากนี้ Micron จะมีรายได้ที่แน่นอนและมั่นคงมากจากการขายสินค้าที่มีกำไรสูงเหล่านี้ให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA หรือบริษัทคลาวด์ระดับโลกอย่าง Amazon และ Microsoft
 
หากจะอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมสินค้าถึงขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาก เราต้องเข้าใจกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยในการผลิตหน่วยความจำแบบ HBM หนึ่งชิ้นนั้นต้องใช้พื้นที่บนแผ่นเวเฟอร์หรือแผ่นวัตถุดิบหลักในการทำชิปมากกว่าหน่วยความจำปกติถึง 3 เท่า สภาวะนี้ทำให้ปริมาณสินค้าในตลาดโลกเติบโตช้ากว่าความต้องการอย่างมาก แม้โรงงานทุกแห่งจะเดินเครื่องเต็มกำลังก็ตาม ผลที่ตามมาคือราคาขายของหน่วยความจำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดปี 2026 ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อกำไรของ Micron ที่คาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ในแง่ของความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ Micron ได้ตัดสินใจก้าวสำคัญด้วยการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีน โดยการถอนธุรกิจศูนย์ข้อมูลออกจากประเทศจีนทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในขณะเดียวกันบริษัทก็ได้หันมาลงทุนมหาศาลในสหรัฐอเมริกาภายใต้การสนับสนุนจากกฎหมายของรัฐบาลที่ช่วยอุดหนุนเงินทุนในการสร้างโรงงานใหม่ทั้งในรัฐนิวยอร์กและรัฐไอดาโฮ โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตชิปในสหรัฐฯ ให้ได้ถึงร้อยละ 40 ของการผลิตทั้งหมด การย้ายฐานการผลิตนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเมือง แต่ยังทำให้ลูกค้าที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีตะวันตกเกิดความเชื่อมั่นว่าห่วงโซ่อุปทานจะไม่มีวันขาดช่วงเพราะปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้

เมื่อมองไปที่ตัวเลขทางการเงิน เราจะเห็นว่า Micron กำลังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี โดยในไตรมาสล่าสุดบริษัทสามารถทำรายได้สูงถึง 1.364 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทมีเงินทุนเพียงพอที่จะนำไปลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นถัดไปอย่าง HBM4 ซึ่งจะเป็นรุ่นที่แรงและเร็วขึ้นกว่าเดิมเพื่อรองรับชิป AI รุ่นใหม่ในอนาคต แม้ว่าบริษัทจะต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพื่อซื้อเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดในโลก แต่ก็นับเป็นการลงทุนที่จำเป็นเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดที่กำลังเติบโตนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดูสดใสแต่นักลงทุนและผู้ที่สนใจต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงที่แฝงอยู่ด้วยเช่นกัน ประการแรกคืออุตสาหกรรมนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นวัฏจักร หากในอนาคตความต้องการ AI เริ่มชะลอตัวลง หรือมีบริษัทอื่นผลิตสินค้าออกมาล้นตลาด ก็อาจจะส่งผลให้ราคาชิปตกลงอย่างรวดเร็วได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Samsung จากเกาหลีใต้ที่กำลังพยายามทุ่มเงินมหาศาลเพื่อชิงความเป็นหนึ่งกลับมา รวมถึงความท้าทายในการผลิตชิปให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดในปริมาณที่มากพอ หากกระบวนการผลิตเกิดปัญหาล่าช้าก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าได้

ตัวอย่างสินค้าของ Micron ที่อยู่รอบตัวคุณ
  • สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตใช้ชิปหน่วยความจำประหยัดพลังงานเพื่อให้แอปพลิเคชันทำงานได้ลื่นไหล และชิปเก็บข้อมูลความเร็วสูงสำหรับเก็บรูปภาพและวิดีโอ
  • คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก Micron เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแรม (DDR5) และไดรฟ์เก็บข้อมูล (SSD) ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์เปิดเครื่องเร็วและประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็ว
  • รถยนต์รุ่นใหม่โดยชิปของ Micron จะอยู่ในระบบหน้าจอความบันเทิง (Infotainment) และระบบความปลอดภัยในการขับขี่อัตโนมัติ
  • บริการ AI และโซเชียลมีเดียโดยทุกครั้งที่เราใช้ AI (เช่น ChatGPT) หรือบริการ Cloud ต่าง ๆ ข้อมูลจะถูกประมวลผลผ่านชิปความเร็วสูง (HBM) ของ Micron ที่ติดตั้งอยู่ในเซิร์ฟเวอร์เบื้องหลังบริการเหล่านั้น
โดยสรุปแล้ว ธุรกิจของ Micron ในวันนี้ไม่เป็นบริษัทขายแรมคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่คือผู้กุมกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่า AI ของโลกจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน ภายใต้การบริหารจัดการที่เน้นความประหยัดพลังงานและการวางกลยุทธ์ด้านฐานการผลิตที่ปลอดภัยในสหรัฐฯ Micron ได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าทางยุทธศาสตร์สูงมากในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ตราบใดที่โลกยังคงต้องการพลังในการประมวลผลข้อมูลที่เร็วขึ้นและฉลาดขึ้น Micron ก็จะยังคงเป็นเสาหลักที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมนุษยชาตินี้ต่อไป การติดตามความก้าวหน้าในการได้รับรองเทคโนโลยีใหม่จากลูกค้าอย่าง NVIDIA และการรักษาระดับกำไรให้ได้ตามเป้าหมาย จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดในระยะสั้นและระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนผ่านกองทุนรวม ปัจจุบันมีกองทุนแนะนำอย่าง LHAI ซึ่งมีน้ำหนักการลงทุนในหุ้น Micron Technology ในกองทุนหลักอยู่ที่ประมาณ 2.45%

Source: Micron Technology, Seeing Alpha
Data as of January 26, 2026


ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต


กรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ