สรุปภาวะตลาด
LHTWGHD: ลงทุนไต้หวัน ผู้นำ AI Supply Chain โลก กับโอกาสการเติบโตที่กำลังกระจายทั้งระบบนิเวศประเด็นสำคัญ
- ไต้หวันเป็นผู้นำโครงสร้างเซมิคอนดักเตอร์ครบวงจร ครองส่วนแบ่งตลาดระดับโลกสูง และเป็นผู้ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากเมกะเทรนด์ AI ที่กำลังเร่งตัวในทุกมิติ โดย AI cycle ของไต้หวันยังอยู่ในช่วง early mid expansion
- Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี TAIEX ระยะ 12 เดือนเป็น 34,600 จุด (จาก 32,400 จุด) จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราการเติบโตของกำไรปี 2026 และ 2027 ถูกยกระดับเป็น 30% และ 22% (23%/20%) โดยแรงหนุนหลักมาจากอุปสงค์ AI ระยะยาว, ภาวะตึงตัวของชิปขั้นสูง และ CAPEX ของ TSMC ที่สูงกว่าคาด
- TSMC ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด แต่เริ่มเห็นเงินลงทุนหมุนไปยังหุ้น AI supply chain อื่นของไต้หวัน ทั้งกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ และสินค้าทุน สะท้อนว่าการเติบโตของตลาดที่ขยายตัวอย่างแข็งแรงทั่วทั้งระบบนิเวศ ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างและศักยภาพการเติบโตระยะยาวของดัชนี TAIEX ในระยะข้างหน้า
- กองทุน LHTWGHD มุ่งลงทุนในหุ้นคุณภาพของไต้หวัน ที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง โอกาสการเติบโตจากเศรษฐกิจและเมกะเทรนด์ AI กับ ความมั่นคงของพอร์ตจากกระแสเงินปันผล
‘ไต้หวัน’ มีสถานะเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีบทบาทสำคัญครบทุกช่วงของ value chain ตั้งแต่การออกแบบชิป (IC Design) การผลิต Foundry ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดโลกสูงถึง 63.8% ไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์และทดสอบ (IC Packaging & Testing) ที่มีส่วนแบ่งราว 58.6% สะท้อนความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ยากต่อการทดแทน แรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของเศรษฐกิจไต้หวัน ยังคงมาจากเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลกที่อยู่ในช่วงขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าอุตสาหกรรม AI โลกจะเติบโตเฉลี่ย 17.3% ต่อปี และมีมูลค่าการผลิตรวมแตะ 3.68 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2034 ส่งผลให้ความต้องการชิปขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเร่งตัวขึ้น ซึ่งไต้หวันเป็นผู้ได้รับอานิสงส์โดยตรงตลอดทั้ง supply chain
ทำไม ‘ตอนนี้’ คือจังหวะสำคัญในการลงทุนในไต้หวัน
เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไต้หวันในระยะข้างหน้า โดยตลาดมีความเคลื่อนไหวสอดคล้องกับวัฏจักรหุ้นเทคโนโลยีโลก และได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเร่งลงทุนด้าน AI ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ล่าสุด Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี TAIEX ระยะ 12 เดือนข้างหน้า เป็น 34,600 จุด (จากเดิม 32,400 จุด) สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรเป็น 30% และ 22% สำหรับปี 2026 และ 2027 ตามลำดับ (จากเดิม 23% และ 20%)
การปรับเป้าหมายดัชนีครั้งนี้อยู่บนแนวคิด ‘Higher Earnings-Driven Index Target’ ซึ่งสะท้อนว่าการปรับขึ้นของตลาดไม่ได้เกิดจาก valuation expansion แต่ขับเคลื่อนโดยกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1. มุมมองต่อการเติบโตของ AI ระยะยาวที่ชัดเจนและแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนผ่านการเร่งลงทุนและคำสั่งซื้อจากลูกค้าระดับโลก
2. ภาวะตึงตัวอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีขั้นสูง (Leading-edge nodes) ซึ่งตอกย้ำบทบาทเชิงโครงสร้างของไต้หวันในฐานะหัวใจของ AI supply chain โลก
3. ผลประกอบการของ TSMC ที่ออกมาดีกว่าคาด จากงบการเงิน Q3/2025 ของ TSMC บริษัทส่งสัญญาณเร่งการลงทุนอย่างชัดเจน โดยคาดว่า CAPEX จะเพิ่มเป็น 65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 (จากเดิมที่คาดไว้ 54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สะท้อนอุปสงค์ชิปขั้นสูงจากลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่ม AI และ Data Center ที่ยังแข็งแกร่งและต่อเนื่อง
CAPEX ที่เพิ่มขึ้นของ TSMC ไม่ได้ส่งผลบวกเฉพาะต่อบริษัท แต่เริ่มกระจายผลเชิงบวกไปยังทั้งห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วน เครื่องจักร วัสดุ ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบ AI และ Data Center ส่งผลให้นักวิเคราะห์ ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรของอุตสาหกรรมอย่างเป็นวงกว้าง โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คาดการณ์กำไรของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ถูกปรับขึ้นราว 15% และกลุ่มฮาร์ดแวร์เทคโนโลยี ราว 1% และในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คาดการณ์กำไรของทั้งสองกลุ่มถูกปรับขึ้นรวมราว 18% และ 5% ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน เริ่มเห็นภาพชัดเจนของการหมุนเงินลงทุนภายในธีม AI โดยแม้ปัจจัยพื้นฐานของ TSMC ยังแข็งแกร่ง แต่เงินทุนต่างชาติไหลออกสะสมราว 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ 4Q25 และ 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ YTD ซึ่งเป็นผลจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของกองทุน Active ที่จำเป็นต้องปรับลดน้ำหนัก TSMC หลังสัดส่วนในดัชนี EM/AEJ เพิ่มขึ้นแตะ 12% และต้องรีบาลานซ์กลับใกล้ระดับ 10% ภายใต้บริบทดังกล่าว นักลงทุนต่างชาติเลือกหมุนเงินไปยังหุ้นเทคโนโลยีอื่นใน AI supply chain ของไต้หวัน เพื่อคงการเปิดรับธีม AI โดยหุ้นเซมิคอนดักเตอร์อื่นรับเงินไหลเข้า ~2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ YTD และกลุ่มเทคฮาร์ดแวร์และสินค้าทุนรับเงินไหลเข้าเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อกลุ่ม
สะท้อนว่า แรงหนุนจาก AI กำลังกระจายจากผู้นำรายใหญ่ไปสู่ทั้งระบบนิเวศ เป็นสัญญาณของ Broadening AI-Driven Rally ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยั่งยืนของการปรับขึ้นดัชนี TAIEX ในระยะถัดไป
ทำไมจึงควรลงทุนในกองทุน ‘LHTWGHD’
LHTWGHD: กองทุนลงทุนใน CTBC TIP Customized Taiwan Growth and High Dividend ETF (00934) (“กองทุนหลัก”) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยมุ่งลงทุนในหุ้นคุณภาพของไต้หวัน ที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอและโดดเด่น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสการเติบโตจากเศรษฐกิจและเมกะเทรนด์ AI ของไต้หวัน กับความมั่นคงของพอร์ตจากกระแสเงินปันผล ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมการลงทุนโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เมื่อพิจารณาหุ้น 10 อันดับแรกของกองทุนหลักพบว่ามีหุ้นหลักที่สะท้อนธีมการเติบโตเชิงโครงสร้างของ AI อย่างชัดเจน เช่น
1. Yageo – ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Passive Components ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบ AI
2. Phison Electronics – ผู้ออกแบบ NAND Flash Controller และ Storage Solutions ที่มีบทบาทต่อระบบจัดเก็บข้อมูลของ AI และ Data Center
3. MediaTek - บริษัท Fabless Semiconductor ที่เป็นผู้เล่นหลักด้านชิปประมวลผลและ AI edge
4. Quanta Computer - ผู้ผลิต ODM / EMS รายใหญ่ของโลก และเป็นกำลังหลักในการผลิต AI Server และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์
โดยหุ้นทั้ง 4 ตัวครอบคลุมตั้งแต่ชิ้นส่วนพื้นฐาน ชิป ระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำหน้าที่เป็น ‘TSMC Trading Proxy’ ที่สะท้อนการเติบโตของ AI Supply Chain ของไต้หวันได้อย่างครบมิติ ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นคุณภาพที่สามารถสร้างรายได้จากเงินปันผลควบคู่กับการเติบโตระยะยาว
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ทยอยสะสมกองทุน LHTWGHD เป็นกองทุน Satellite ของพอร์ตการลงทุน เพื่อเพิ่มการกระจายสู่ธีมเติบโตระยะยาว พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ระดับ 10% จากราคาทุน เพื่อรักษาวินัยการลงทุนและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
Source: Goldman Sachs, Trading.com, LH Fund
Date: 29 Jan 2026
คำเตือน
- ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

