LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

สรุปภาวะตลาด

 




เหตุการณ์ที่สำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดการเงินโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมามีดังต่อไปนี้
 
  • อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลก ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯรุ่นอายุ 2 และ 10 ปี ได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 4.62% และ 4.17% ตามลำดับ (ลงมาจากจุดสูงสุดในเดือนต.ค. ที่ 5.22% และ 5.00%) โดยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิเช่น ISM Manufacturing, Factory Orders, Durable Goods Orders และยิ่งโดยเฉพาะตัวเลข Job Openings และ ADP Employment ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ทั้งหมดนั้น บ่งชี้ว่าภาคการจ้างงาน และภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ นั้นชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยในช่วงสัปดาห์ที่ที่ผ่านมา สมาชิกของธ.กลางสหรัฐฯ (Fed) หลายท่านได้เริ่มส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่จะสิ้นสุดวัฎจักรดอกเบี้ยขาขึ้น และเปิดกว้างสำหรับการลดดอกเบี้ยในปี 2024
  • ในส่วนของตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 จุด (+0.05%) มาที่ 1,381 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงมีการเทขายตลาดหุ้นไทยกว่า 4,760 ล้านบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุน (โดยเฉพาะต่างชาติ) นั้นยังคงมีความกังวลต่อทิศทางของหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย อาทิเช่น กลุ่มธนาคาร และไฟแนนซ์ ที่ถูกกดดันจากภาวะหนี้เสียที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น

 
  • 12 ธ.ค. สหรัฐฯ: CPI MoM เดือนพ.ย. โดยตลาดคาดการณ์ที่ 0.0% m/m (เท่ากับเดือนต.ค.)
  • 12 ธ.ค. สหรัฐฯ: CPI YoY เดือนพ.ย. โดยตลาดคาดการณ์ที่ 3.1% y/y (ต่ำกว่าเดือนต.ค.ที่ 3.2%)
  • 14 ธ.ค. สหรัฐฯ: FOMC Rate Decision (Upper Bound) เดือนธ.ค. โดยตลาดคาดการณ์ที่ 5.50% (เท่ากับเดือนพ.ย.)
  • 14 ธ.ค. สหรัฐฯ: Retail Sales Advance MoM เดือนพ.ย. โดยตลาดคาดการณ์ที่ -0.1% m/m (เท่ากับเดือนต.ค.)
  • 15 ธ.ค. สหรัฐฯ: S&P Global US Manufacturing PMI เดือนธ.ค. โดยตลาดคาดการณ์ที่ 50.7 จุด (ต่ำกว่าเดือนพ.ย.ที่ 50.8 จุด)

 
  • หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และทั่วโลก ได้มีการฟื้นตัวเป็นอย่างมากในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปยังปี 2024 โดย ณ ปัจจุบัน ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ นั้นเริ่มที่จะเข้าสู่เขต “Overbought” (ซื้อมากเกินไป) เล็กน้อย โดยตลาดนั้นอาจจะมีแรงขายทำกำไรของนักลงทุนระหว่างทางบ้างในเดือนธ.ค. ทางเรานั้นคาดการณ์ว่าตัวเลขการจ้างงาน, เงินเฟ้อ และตัวเลขเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ จะมีการชะลอตัวลงต่อเนื่องในเดือนธ.ค. เช่นเดียวกับ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในคืนวันที่ 13-14 ธ.ค. คาดการณ์ว่าทางคณะกรรมการ Fed นั้นจะเริ่มส่งสัญญาณถึงการสิ้นสุดของวัฎจักรดอกเบี้ยขาขึ้น และจะเริ่มปูทางไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2024 ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไปยังสิ้นปีนี้ โดยในวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงนั้น มักที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีต่อตลาดตราสารหนี้ และหุ้นในกลุ่ม Defensive อาทิเช่น Utility, Health care, Consumer Staples แนะนำ #LHHEALTH เหมาะกับตลาดทั้งขาลงและขาขึ้น มีสัดส่วนประมาณ 50% ใน pharmaceutical, healthcare services ที่ค่อนข้าง defensive # LHEQD เน้นลงทุนในหุ้นไทยปันผลสูง ซึ่งหุ้นกลุ่มปันผลมัก Outperform ในช่วงไตรมาส 1 ก่อนการประกาศจ่ายปันผล
ที่มา LHFUND, CNBC, UOB Kay Hian, Bloomberg, ThaiPBS


ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
 

กรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ