Loading...
Loading...

AI Rally สะดุดปลายสัปดาห์ – ตลาดทบทวน AI CapEx ขณะที่น้ำมันพุ่งและ Fed ยังเข้มงวด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ โดย Dow Jones −0.85% WoW, S&P 500 −0.57% และ Nasdaq −2.00% แม้หุ้น AI–Semiconductor ฟื้นตัวช่วงต้นสัปดาห์ แต่ความกังวลต่อ AI CapEx และ Free Cash Flow กระตุ้นแรงขายรุนแรงช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ Bond Yield ปรับลดลงจากแรงซื้อพันธบัตรเพื่อหลบความเสี่ยง แต่ราคาน้ำมันสูงและ Fed ที่ยังเข้มงวดเป็นปัจจัยกดดันตลาด
• AI Demand ยังแข็งแกร่ง แต่ตลาดทบทวนความคุ้มค่า AI CapEx - งบ Alphabet, Amazon และ Intel กระตุ้นแรงขายหุ้นเทคโนโลยี โดย SOX ร่วงกว่า -7% ในวันศุกร์ ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับกระแสเงินสดและผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่าการเติบโตเพียงอย่างเดียว
• Bond Yield ลดลงจากแรงหลบความเสี่ยง แต่ Fed ยังส่งสัญญาณ Higher-for-Longer - U.S. 10Y Yield ลดลง -4 bps สู่ 4.94% ในวันศุกร์ จากแรงซื้อพันธบัตรท่ามกลาง AI Sell-off ขณะที่ Fed คงดอกเบี้ย 3.75–4.00%ในการประชุมครั้งล่าสุด และ PCE เร่งสู่ 3.6% YoY สะท้อนความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังจำกัดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
• Sector Rotation ช่วยพยุงตลาด แต่แรงขายเริ่มขยายวง - Russell 2000 +1.29% WoW สวนทาง Nasdaq ขณะที่ Healthcare และ Defensive บางรายปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม Market Breadth อ่อนแอลงในวันศุกร์ และ VIX เพิ่มสู่ 19.42 จุด สะท้อนความเชื่อมั่นที่ยังเปราะบาง
• น้ำมันพุ่งเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและกำไรบริษัท – Brent ปิดที่ USD 117.64/บาร์เรล จากความตึงเครียดตะวันออกกลาง แม้หนุนหุ้น Energy แต่เพิ่มต้นทุนธุรกิจ กดดัน Earnings Margin และจำกัดความยืดหยุ่นของ Fed
LH Fund มองว่า AI Valuation ถูกปรับลด มากกว่ากำไรตลาดโดยรวมอ่อนแอ - แม้ 82% ของบริษัท S&P 500 ที่รายงานงบแล้วมีกำไรสูงกว่าคาด แต่ Nasdaq ลดลง -5.3% ในเดือน ต.ค. สวนทาง Dow +1.7% สะท้อนตลาดเริ่มคัดเลือกหุ้นจากคุณภาพกำไร กระแสเงินสด และ Valuationมากขึ้น
ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 69
กลยุทธ์เน้นกระจายความเสี่ยงและรอจังหวะสะสม จัดพอร์ตแบบ Core Port โดยใช้หุ้นโลกและตราสารหนี้คุณภาพเป็นแกนหลัก และเสริมด้วย Satellite Port ด้วย Quality และ Defensive ขณะที่ AI–Semiconductor ยังมีโอกาสระยะยาว อย่างไรก็ตาม ควรเน้นลงทุนแบบ Selective และสำหรับเงินลงทุนใหม่ ควร Wait & See ท่ามกลางความเสี่ยงความผันผวนจากการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่วนพอร์ตที่กระจุกตัวใน AI, Memory และ Neocloud มากเกินไปควรทยอยปรับสมดุลเมื่อราคาฟื้นตัว

Contrarian Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ Catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHSEMICON
Semiconductor ปรับฐานจากแรงกดดัน AI Valuation - เปิดโอกาสทยอยสะสมระยะกลาง หุ้น Semiconductor เผชิญแรงขายจากความกังวลต่อ AI Valuation และความคุ้มค่าของ AI CapEx แม้อุปสงค์ชิปและ Data Center ยังมีแนวโน้มเติบโตระยะยาว จึงมีมุมมอง Contrarian Strategy Conviction สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วน AI ในพอร์ตที่ยังไม่มากนัก โดยทยอยสะสมเมื่อราคาปรับฐานใกล้แนวรับสำคัญ พร้อมติดตาม AI Spending และผลประกอบการเพื่อประเมินโอกาสฟื้นตัว
เราขอแนะนำ กองทุน LHSEMICON ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Semiconductor ผ่านกองทุนหลัก iShares Semiconductor ETF (SOXX) เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปที่ขับเคลื่อนโดย AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: iShares Semiconductor ETF (SOXX) แนวรับ USD 465.00 | แนวต้านแรก USD 535.50 แนวต้านที่ 2 USD 595 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 465.00 จะมี Expected Return ประมาณ 15.2% - 28.0%)
LHUSFIN
IYG ETF เริ่มฟื้นตัว เปิดจังหวะสะสมหุ้นการเงินสหรัฐฯ กองทุนหลัก IYG ETF ฟื้นตัวหลังปรับฐาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มกำไรกลุ่มการเงินสหรัฐฯ และโอกาสได้รับประโยชน์จาก Sector Rotation จึงมีมุมมอง Contrarian Strategy Conviction โดยรอทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับสำคัญ พร้อมติดตามทิศทาง Bond Yield นโยบาย Fed และผลประกอบการกลุ่มการเงิน
เราขอแนะนำ กองทุน LHUSFIN ที่ลงทุนในกองทุนหลัก iShares U.S. Financial Services ETF (IYG) เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของหุ้นการเงินสหรัฐฯ
กรอบการลงทุน กอง Master: iShares U.S. Financial Services ETF แนวรับ USD 89.60 | แนวต้าน USD 98.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 89.60 จะมี Expected Return ประมาณ 9.4%)
Momentum Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีม
LHCYBER
หุ้น Cybersecurity ยังรักษา Momentum ขาขึ้น – AI หนุนความต้องการระบบความปลอดภัยเติบโต กองทุนหลัก CIBR ETF เผชิญแรงขายระยะสั้น แต่ยังรักษาแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางถึงยาว ขณะที่ความต้องการ Cybersecurity จากการเติบโตของ AI ยังเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้าง จึงมองเป็นจังหวะลงทุนในเชิง Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHCYBER ที่ลงทุนในกองทุนหลัก First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF (CIBR) เพื่อรับโอกาสจาก Momentum ขาขึ้นของกลุ่ม Cybersecurity
กรอบการลงทุน กอง Master: First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF (CIBR) แนวรับแรก USD 64.46 แนวรับที่ 2 USD 61.87 |แนวต้านแรก USD 68.14 แนวต้านที่ 2 USD 72.83 หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 64.46 จะมี Expected Return ประมาณ 5.7%-13.0%)
LHGROWTH
หุ้นไทยเข้าใกล้แนวรับสำคัญ - รอสัญญาณฟื้นตัวและการกลับมาของ Momentum ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวจากแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุน FDI ที่สนับสนุนการเติบโตระยะกลาง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ แม้ตลาดเผชิญแรงขายตามความผันผวนของหุ้นโลก จึงคงมุมมอง Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHGROWTH ที่มีจุดเด่นจากการบริหารแบบ Active Equity ที่เน้นหุ้นเติบโตและหุ้นพื้นฐานดี พร้อมความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตตามภาวะตลาด
กรอบการลงทุน อ้างอิงด้วย SET Index แนวรับแรก 1,515 จุด แนวรับที่ 2 1,500 จุด | แนวต้านแรก โซนต้าน 1,540-1,550 จุด แนวต้านที่ 2 1,566 จุด (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,515 จุด จะมี Expected Return ประมาณ 2.3% - 3.4%)
Medium-Term Strategy คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะกลาง-ยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHAI
AI เปลี่ยนจากกระแสเทคโนโลยี สู่เครื่องมือขับเคลื่อนประสิทธิภาพของธุรกิจ AI กำลังขยายบทบาทจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาบริการใหม่ เปิดโอกาสสร้างรายได้และกำไรให้บริษัทตลอดห่วงโซ่ และเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว ขณะที่กองทุนหลัก CHAT ETF ให้ผลตอบแทน YTD +24.74% จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI ลงทุนผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) ซึ่งบริหารแบบ Active Management คัดเลือกบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Generative AI และ AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) แนวรับ USD 74.30 แนวต้าน USD 94.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 74.30 จะมี Expected Return ประมาณ 26.5%)
LHLONGEVITY
การรักษามะเร็งเข้าสู่ยุค Precision Oncology เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว กลุ่ม Oncology กำลังขับเคลื่อนสู่ Precision Oncology ผ่านการพัฒนายาและนวัตกรรมที่มุ่งรักษามะเร็งได้ตรงจุดมากขึ้น เปิดโอกาสเติบโตให้ผู้พัฒนาการรักษา ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กองทุนหลัก CANC ETF ให้ผลตอบแทน YTD +21.21% จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHLONGEVITY ลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ Tema Oncology ETF (CANC) เพื่อเข้าถึงโอกาสจากนวัตกรรมการรักษามะเร็งและความต้องการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
กรอบการลงทุน กอง Master: Tema Oncology ETF (CANC) แนวรับแรก USD 40.00 | แนวรับที่ 2 USD 38.40 แนวต้านแรก USD 42.48 | แนวต้านที่ 2 USD 45.12 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 40.00 จะมี Expected Return ประมาณ 6.2% -12.8%)
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต