Loading...
Loading...

เงินเฟ้อกลับมาร้อน กดดัน AI Trade — พื้นฐานยังโต แต่ตลาดหันมาให้น้ำหนักต้นทุนเงินทุน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์แบบแยกทาง โดย Dow Jones +0.7% WoW ขณะที่ S&P 500 -1.9% และ Nasdaq -4.5% แย่ที่สุดนับตั้งแต่ มิ.ย. หลังหุ้น AI และ Semiconductor ถูกเทขายหนัก ลามถึงเอเชีย โดย KOSPI -14.46% และ Nikkei 225 -5.37% ขณะที่ STOXX 600 +2.1% สะท้อนว่าเงินโยกออกจาก Technology มากกว่าออกจากตลาดหุ้น
• ปัจจัยหลักคือเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ร้อนขึ้น โดย CPI ก.ย. +3.7% YoY (คาด 3.6%) และ PPI +1.3% MoM สูงสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2022 ทำให้ตลาดกังวลว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 27–28 ต.ค. แต่ U.S. 10Y Yield กลับลดลง 15 bps WoW สู่ 5.09% จากแรงซื้อพันธบัตรหลบความเสี่ยง และ FedWatch ณ 16 ต.ค. ให้โอกาส Fed คงดอกเบี้ยราว 83%
• AI ยังเป็นธีมหลัก แต่ตลาดเปลี่ยนโฟกัสจาก Demand ไปสู่ต้นทุนเงินทุน แม้ TSMC รายงานกำไร Q3 +68.7% YoY และ ASML ปรับเป้ายอดขายทั้งปีขึ้น แต่ความกังวลหนี้ของ CoreWeave และ CEO ของ Broadcom กับ Intel ที่ระบุว่าเงินทุนคือข้อจำกัดหลักของ AI รวมถึงข่าว CXMT ของจีนพัฒนา DRAM รุ่นใหม่ กดดันให้หุ้น Semiconductor และ Memory ถูกปรับลด Valuation
• Sector Rotation ชัดเจนขึ้น กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิ USD 13.01bn แต่กองทุน Technology ถูกถอนสุทธิ USD 5.21bn ขณะที่ Healthcare นำการฟื้นตัวของ S&P 500 กลางสัปดาห์ สะท้อนว่านักลงทุนยังอยู่ในตลาด แต่ลดหุ้นที่ Valuation สูง
• ราคาน้ำมันกลับมาเร่งตัว โดย Brent ปิดที่ USD 109.86/bbl (+4.9% WoW) สูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. จากความกังวลต่ออุปทานในตะวันออกกลางและรัสเซีย เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย
LH Fund มองว่าแรงขายรอบนี้เป็นการปรับ Valuation จากต้นทุนเงินทุน มากกว่าสัญญาณ Demand ชะลอ สัปดาห์นี้จับตา China Q3 GDP (19 ต.ค.) และงบ Meta, Tesla, Texas Instruments และ Lam Research (21 ต.ค.) ว่ากำไรยังรองรับ AI Capex หรือไม่ ก่อนประชุม Fed 27–28 ต.ค.
ข้อมูล ณ วันที่ 16 ต.ค. 69
แนะนำจัดพอร์ตแบบ Core-Satellite โดยใช้ Global Equity และ Global Investment Grade Bonds เป็น Core

สำหรับ Satellite ทยอยสะสม Semiconductor ที่ปรับฐานแรงแบบ Contrarian ควบคู่ Financials ที่เริ่มมี Momentum และถือ AI กับนวัตกรรม Healthcare ในกรอบระยะกลาง โดยแบ่งลงทุนเป็นงวด
พอร์ตเสริมเพิ่มโอกาสและกระจายการลงทุนสู่ธีมเด่นและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก ผ่าน 3 สไตล์ การลงทุน

Contrarian Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ Catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHSEMICON
SOXX ปรับฐานแรง แต่พื้นฐาน AI ยังแข็ง เปิดจังหวะทยอยสะสม กองทุนหลัก SOXX ETF ปรับตัวลดลง -11.8% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือน มิ.ย. ราว -24.7% จากความกังวลต้นทุนเงินทุนของ AI และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ขณะที่พื้นฐานยังไม่เปลี่ยน โดย TSMC ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์และให้ Guidance Q4 เติบโตต่อ ราคาที่ลงมาใกล้แนวรับ USD 490 ในภาวะขายมากเกินไป (Oversold) จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมตามแนวทาง Contrarian Strategy
เราขอแนะนำ กองทุน LHSEMICON ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Semiconductor ผ่านกองทุนหลัก iShares Semiconductor ETF (SOXX) เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปที่ขับเคลื่อนโดย AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: iShares Semiconductor ETF (SOXX) แนวรับแรก USD 490.00 แนวรับที่ 2 USD 465.00 | แนวต้านแรก USD 595.50 แนวต้านที่ 2 USD 618.50 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 490.00 จะมี Expected Return ประมาณ 21.5% - 26.2%)
Momentum Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีม
LHUSFIN
IYG ยืนแนวรับได้ งบแบงก์ส่วนใหญ่ดีกว่าคาด หนุน Momentum รอบใหม่ กองทุนหลัก IYG ETF ยืนเหนือแนวรับ USD 89.60 ได้ และฟื้นตัวราว +3.1% จากจุดต่ำสุดปลายเดือน ก.ย. โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับขึ้น +0.7% สวนทาง S&P 500 ที่ -1.9% ขณะที่ธนาคารใหญ่ของสหรัฐฯ 4 จาก 6 แห่งรายงานกำไร Q3 ดีกว่าคาด และ JPMorgan ปรับคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ทั้งปีขึ้น สัญญาณทางเทคนิคเริ่มกลับเป็นขาขึ้น จึงเหมาะกับการลงทุนตามแนวทาง Momentum Strategy
เราขอแนะนำ กองทุน LHUSFIN ซึ่งลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ iShares U.S. Financial Services ETF (IYG) เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของหุ้นการเงินสหรัฐฯ
กรอบการลงทุน กอง Master: iShares U.S. Financial Services ETF (IYG) แนวรับ USD 89.60 | แนวต้าน USD 98.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 89.60 จะมี Expected Return ประมาณ 9.4%)
Medium-Term Strategy คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะกลาง-ยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHAI
AI เปลี่ยนจากกระแสเทคโนโลยี สู่เครื่องมือขับเคลื่อนประสิทธิภาพของธุรกิจ แม้หุ้น AI ถูกขายจากความกังวลต้นทุนเงินทุนและ Valuation แต่บริษัทในกองยังเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง เช่น Microsoft ทำสัญญาจองไฟฟ้า 20 ปี ราว 1,100 MW สำหรับ Data Center สะท้อนความมั่นใจใน Demand ระยะยาว ขณะที่กองทุนหลัก CHAT ETF ยังให้ผลตอบแทน YTD +34.0% แม้ปรับฐานระยะสั้น จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI ลงทุนผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) ซึ่งบริหารแบบ Active Management คัดเลือกบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Generative AI และ AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) แนวรับแรก USD 81.00 แนวรับที่ 2 USD 74.30 | โซนแนวต้าน USD 94.00 - 96.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 81.00 จะมี Expected Return ประมาณ 16.0% - 18.5%)
LHLONGEVITY
การรักษามะเร็งเข้าสู่ยุค Precision Oncology เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว กลุ่ม Oncology ได้แรงหนุนจากยารักษามะเร็งรุ่นใหม่ โดยคณะกรรมการยาของยุโรป (CHMP) ให้ความเห็นบวกต่อยามะเร็งตับอ่อนของ Revolution Medicines หุ้นน้ำหนักสูงสุดในกอง ซึ่งยืดอายุผู้ป่วยเฉลี่ยจาก 6.7 เป็น 13.2 เดือน เมื่อเทียบเคมีบำบัด และงานประชุมมะเร็งโลก ESMO (23–27 ต.ค.) เป็น Catalyst ถัดไป ขณะที่กองทุนหลัก CANC ETF ให้ผลตอบแทน YTD +14.2% จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHLONGEVITY ลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ Tema Oncology ETF (CANC) เพื่อเข้าถึงโอกาสจากนวัตกรรมการรักษามะเร็งและความต้องการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
กรอบการลงทุน กอง Master: Tema Oncology ETF (CANC) แนวรับแรก USD 40.00 | แนวรับที่ 2 USD 38.40 แนวต้านแรก USD 42.48 แนวต้านที่ 2 USD 45.12 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 40.00 จะมี Expected Return ประมาณ 6.2% -12.8%)
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต