Loading...
Loading...

AI Earnings หนุนตลาด ก่อน Hawkish Fed กดดันปลายสัปดาห์- ตลาดยังบวก แต่ความผันผวนมีแนวโน้มต่อเนื่อง3
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนตลอดสัปดาห์ โดยช่วงต้นสัปดาห์นักลงทุนลดความเสี่ยง ก่อนการประกาศงบของ NVIDIA ข้อมูล PCE และถ้อยแถลงของ Fed Chair Kevin Warsh ที่ Jackson Hole ก่อนที่ตลาดจะฟื้นแรงในวันพฤหัสบดี หลัง NVIDIA รายงานผลประกอบการและ Guidance ดีกว่าคาด จุดกระแส AI Rally จาก Semiconductor ไปยัง Software และ Cybersecurity อย่างไรก็ตาม ตลาดอ่อนตัวอีกครั้งในวันศุกร์ หลัง Warsh ส่งสัญญาณ Hawkish ดัน Bond Yield และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น แม้เผชิญแรงขายช่วงปลายสัปดาห์ แต่ดัชนีหลักยังปิดบวก โดย S&P 500 เพิ่มขึ้น +0.5%, Nasdaq +0.9% และ Dow Jones +0.5% สะท้อนแรงหนุนจาก AI Earnings ยังสามารถชดเชยความกังวลด้านดอกเบี้ยได้
• PCE ยังไม่ช่วยลดความเสี่ยง Fed Hike โดย Headline PCE เดือน ก.ค. สูงกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่ Core PCE ออกมาตามคาด แม้ Momentum เงินเฟ้อระยะสั้นเริ่มชะลอลง แต่ Personal Income และ Spending ที่ดีกว่าคาด สะท้อนเศรษฐกิจยังแข็งแรง ทำให้ Fed ยังมีพื้นที่คงดอกเบี้ยในระดับสูงหรือปรับขึ้นเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อไม่ชะลอลงเร็วเพียงพอ
• NVIDIA จุด AI Rally ในวันพฤหัสบดี หลังรายได้ กำไร และ Guidance ดีกว่าคาด หนุนหุ้นปรับเพิ่มขึ้น +8.7% และผลักดันแรงซื้อจาก Semiconductor ไปยัง Software และ Cybersecurity สะท้อนการสร้างรายได้จาก AI ที่เริ่มกระจายจาก Compute สู่ Application และ Security Layer อย่างไรก็ตาม Rally ยังกระจุกตัว โดย Technology เป็นเพียง Sector เดียวใน S&P 500 ที่ปิดบวกในวันดังกล่าว
• ตลาดพลิกอ่อนตัวในวันศุกร์ หลัง Warsh ส่งสัญญาณ Hawkish โดยระบุว่า Underlying Inflation ยังไม่ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เป็น 57.5% จาก 35.4% พร้อมดัน U.S. 2Y Yield ขึ้น 12.8 bps สู่ 4.36% และ 10Y Yield ขึ้น 5.8 bps สู่ 4.73% กดดันหุ้น Growth และ Semiconductor
LH Fund มองว่า ตลาดมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องจนถึงการประชุม Fed กลางเดือน ก.ย. เนื่องจากนักลงทุนยังต้องประเมิน Inflation และภาพเศรษฐกิจ โดย Bond Yield จะยังเป็นตัวกำหนด Valuation ของหุ้น Growth ขณะที่ AI Earnings ที่แข็งแกร่งจะช่วยจำกัด Downside ทำให้ตลาดมีแนวโน้มเน้น Sector Rotation มากกว่า Broad-based Risk-off
ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 69
แนะนำ จัดพอร์ตแบบ Core–Satellite โดยใช้ Global Equity และ Global Investment Grade Bond

Satellite ใช้ Barbell Strategy ระหว่าง AI Infrastructure ซึ่งยังได้แรงหนุนจาก Earnings Growth กับ Healthcare, Financials และหุ้นปันผลคุณภาพ เพื่อช่วยลดความผันผวนและเพิ่มความทนทานของพอร์ตในช่วงที่ทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน

พอร์ตเสริมเพิ่มโอกาสและกระจายการลงทุนสู่ธีมเด่นและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก ผ่าน 3 สไตล์ การลงทุน
คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ Catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHQTUM Quantum Computing ย่อตัวตามภาวะตลาด – พอร์ตกระจายตัวช่วยรองรับ เปิดโอกาสสะสม กองทุนหลัก ‘QTUM ETF’ ปรับตัวลงราว -6.5% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตามความผันผวนของตลาด อย่างไรก็ตาม พอร์ตกระจายการลงทุนครอบคลุม Quantum Computing และ Semiconductor พร้อมถือหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มี Earnings แข็งแกร่งช่วยลดความผันผวน จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมเชิง Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHQTUM กองทุนควอนตัมกองแรกของประเทศไทย ลงทุนผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Defiance Quantum ETF (QTUM) ครอบคลุมทั้งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและ Pure-play Quantum
กรอบการลงทุน กอง Master: Defiance Quantum ETF (QTUM) แนวรับแรก USD 148.00 แนวรับที่ 2 USD 137.40 แนวต้านแรก USD 160.00 แนวต้านที่ 2 USD 169.70 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 148.00 จะมี Expected Return ประมาณ 8.1% – 14.7%)
LHAI-INFRA
AI Infrastructure ย่อตัว เปิดจังหวะสะสมบนปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่ง กองทุนหลัก ‘TCAI ETF’ ปรับตัวลงกว่า -13% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตามความผันผวนของตลาด ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ AI Infrastructure และแนวโน้มการลงทุนใน AI Capex ยังแข็งแกร่ง ประกอบกับพอร์ตกระจายการลงทุนครอบคลุมห่วงโซ่ AI Infrastructure จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมเชิง Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI-INFRA ลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ Tortoise AI Infrastructure ETF (TCAI) เพื่อรับโอกาสจากการขยายตัวของ AI Infrastructure Cycle
กรอบการลงทุน กอง Master: Tortoise AI Infrastructure ETF (TCAI) แนวรับแรก USD 45.80 แนวรับที่ 2 USD 41.70 แนวต้านแรก USD 51.76 แนวต้านที่ 2 USD 56.30 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 45.80 จะมี Expected Return ประมาณ 13.0% -22.9%)
Momentum Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากแนวโน้ม หรือปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีมในระยะกลาง
LHGDIV
TDIV รักษา Momentum - หุ้นปันผลคุณภาพช่วยเสริม Defensive Balance กองทุนหลัก ‘TDIV ETF’ แกว่งตัวใกล้ระดับสูงสุด แต่ราคายังยืนเหนือเส้น EMA 50, 100 และ 200 วัน ซึ่งยังเรียงตัวในเชิงบวก สะท้อนแนวโน้มหลักยังแข็งแกร่ง จึงเหมาะสำหรับช่วยลดความผันผวนและสร้างสมดุลให้พอร์ตในช่วงที่ทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน จึงสนับสนุนการลงทุนตาม Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHGDIV ลงทุนผ่าน ‘กองทุนหลัก’ VanEck Morningstar Developed Markets Dividend Leaders UCITS ETF (TDIV) ลงทุนในหุ้นปันผลคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสรับกระแสเงินปันผล
กรอบการลงทุน กอง Master: VanEck Morningstar Developed Markets Dividend Leaders UCITS ETF แนวรับแรก EUR 54.35 แนวรับที่ 2 EUR 52.90 แนวต้าน EUR 57.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก EUR 54.35 จะมี Expected Return ประมาณ 4.9%)
LHUSFIN
IYG’ ฟื้นตัวกลับใกล้จุดสูงสุด - Momentum หุ้นการเงินสหรัฐฯ ยังเป็นบวก กองทุนหลัก ‘IYG ETF’ เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดและยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยหลัก สะท้อน Momentum เชิงบวก ขณะที่แนวโน้ม Higher-for-Longer มีโอกาสสนับสนุน Net Interest Income ของสถาบันการเงิน ประกอบกับเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวช่วยหนุนรายได้จากตลาดทุน จึงเหมาะสำหรับการลงทุนตาม Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHUSFIN ซึ่งลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ iShares U.S. Financial Services ETF (IYG) เพื่อรับ Momentum ของหุ้นการเงินสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจแข็งแกร่งและแนวโน้มดอกเบี้ยสูง
กรอบการลงทุน กอง Master: iShares U.S. Financial Services ETF แนวรับ USD 95.00 แนวต้านแรก USD 98.00 แนวต้านที่ 2 USD 110.00
Medium-Term Strategy คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHAI
AI กำลังเปลี่ยนจากกระแสเทคโนโลยี สู่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ AI ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ระยะยาว โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการนำ AI ไปใช้งานจริงในวงกว้าง และการลงทุนใน AI Infrastructure ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงยังมีความน่าสนใจภายใต้กรอบMedium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI ลงทุนผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) ซึ่งบริหารแบบ Active Management คัดเลือกบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Generative AI และ AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) แนวรับแรก USD 86.00 แนวรับที่ 2 USD 81.00 แนวต้านแรก USD 95.00 แนวต้านที่ 2 USD 100
LHLONGEVITY
การรักษามะเร็งเข้าสู่ยุค Precision Oncology เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว Oncology ได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Precision Oncology ซึ่งช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้พัฒนายามะเร็ง สะท้อนผ่านกองทุนหลัก CANC ETF ที่ให้ผลตอบแทน YTD +24.73% สูงกว่า PBE ETF (Biotech Theme) ที่ +17.82% จึงยังคงมีความน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHLONGEVITY ลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ Tema Oncology ETF (CANC) เพื่อเข้าถึงโอกาสจากนวัตกรรมการรักษามะเร็งและความต้องการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
กรอบการลงทุน กอง Master: Tema Oncology ETF (CANC) แนวรับ USD 40.00 แนวต้าน USD 46.52 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 40.00 จะมี Expected Return ประมาณ 16.3%)
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF ข้อมูลแนวรับ แนวต้าน และ expected return เป็นการจัดทำโดยฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุนมิได้เป็นการรับประกันผลตอบจากการลงทุนแต่อย่างใด
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต