Loading...
Loading...

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความไม่แน่นอนระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งกว่า +5% ก่อนฟื้นตัวหลัง CPI และ PPI เดือน ก.ค. ไม่สร้าง Upside Surprise ช่วยลดความกังวลว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้ S&P 500 ปิดที่ Record High ขณะที่หุ้น Technology, Software และ AI Infrastructure กลับมาเป็นผู้นำตลาด
• ปัจจัยมหภาคกลับมาเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดย Headline CPI เพิ่มขึ้น +0.1% MoM และ +3.4% YoY ขณะที่ PPI ทรงตัว 0.0% MoM ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. สู่ราว 68% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงจาก 4.705% สู่ 4.645% ช่วยคลายแรงกดดันต่อ Valuation ของหุ้น Growth
• ด้าน Earnings ยังคงเป็นฐานสำคัญของตลาด โดยบริษัทใน S&P 500 รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 แล้วกว่า 90% และมีกำไรเติบโตราว 50% YoY ขณะที่ผลประกอบการและ Guidance ที่แข็งแกร่งของ CoreWeave และ Super Micro Computer ยืนยันว่า Demand ด้าน AI Infrastructure ยังเดินหน้าต่อ
• แรงซื้อยังขยายจาก AI Infrastructure ไปสู่ Software โดยดัชนี IGV เพิ่มขึ้นกว่า +3% ในวันเดียว หลังตลาดมองว่าความเสี่ยงถูก Price-in ไปมากแล้ว ขณะที่ดัชนี Semiconductor หรือ SOX ฟื้นราว +20% จากจุดต่ำสุดปลายเดือน ก.ค. และกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน
• อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังมาจากราคาน้ำมัน โดย Brent พุ่งขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนลดลงสู่บริเวณ 87 USD/บาร์เรล หลัง Supply Fear บริเวณช่องแคบ Hormuz ผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านกลับมารุนแรงและทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวสูง อาจเพิ่ม Inflation Risk และกดดัน Bond Yield กับ Valuation ของหุ้น Growth อีกครั้ง
• LHFund มองว่า ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Selective Risk-on โดยเงินเฟ้อที่ไม่เร่งขึ้นและ Bond Yield ที่ลดลงเป็นปัจจัยสนับสนุน ขณะที่ Earnings ยืนยันว่า AI Demand ยังแข็งแกร่ง จึงประเมินว่าความผันผวนที่ผ่านมาเป็น Momentum Reset มากกว่าจุดจบของ AI Cycle
ข้อมูล ณ วันที่ 14 ส.ค. 69
Core Portfolio แนะนำจัดพอร์ตแบบ Core Portfolio โดยใช้ Global Equity และ Global Investment Grade Bond เป็นแกนหลัก

Satellite Portfolio เน้นทยอยสะสม Semiconductor และ AI Infrastructure ที่มี Earnings รองรับ พร้อมกระจายบางส่วนสู่หุ้นปันผลคุณภาพ และหุ้น Healthcare เพื่อเพิ่มความสมดุลให้พอร์ต

พอร์ตเสริมเพิ่มโอกาสและกระจายการลงทุนสู่ธีมเด่นและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก ผ่าน 3 สไตล์ การลงทุน
Contrarian Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังให้น้ำหนักไม่มาก หรือยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHSEMICON
หุ้นชิปผ่านช่วงพักฐาน AI Demand ยังหนุนการเติบโตระยะยาว กองทุนหลัก SOXX ETF ปรับฐานจากจุดสูงสุดราว -30% ก่อนฟื้นตัวกลับมายืนยืนเหนือเส้น EMA ทุกช่วง ขณะที่ RSI กลับขึ้นเหนือระดับ 50 สะท้อนว่าแรงขายเริ่มคลี่คลาย จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมเชิง Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHSEMICON ลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares Semiconductor ETF เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรม
กรอบการลงทุน Master: iShares Semiconductor ETF (SOXX) แนวรับ USD 500 | แนวต้าน USD 602 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 500 จะมี Expected Return ประมาณ 20.4%)
LHAI-INFRA
AI Infrastructure เริ่มฟื้น - แรงขายคลี่คลาย เปิดจังหวะทยอยสะสม กองทุนหลัก TCAI ETF ปรับฐานเกือบ -25% ในช่วงไม่ถึง 1 เดือน ก่อนจะกลับมายืนเหนือเส้น EMA ทุกช่วง สะท้อนว่าแรงขายเริ่มถูกดูดซับ จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมเชิง Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI-INFRA ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Tortoise AI Infrastructure ETF (TCAI) เพื่อรับโอกาสจากการขยายตัวของ AI Infrastructure Cycle
กรอบการลงทุน กอง Master: Tortoise AI Infrastructure ETF (TCAI) แนวรับ USD 45.71 | แนวต้าน USD 56.98 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 45.71 จะมี Expected Return ประมาณ 24.7%)
Momentum Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากแนวโน้ม หรือปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีมในระยะกลาง
LHQTUM
Quantum Computing ฟื้นเด่น - แรงซื้อกลับ หนุน Momentum Strategy ต่อเนื่อง ธีม Quantum Computing กลับมาฟื้นตัวเด่น โดย QTUM ETF เพิ่มขึ้นราว 4% เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามแรงซื้อที่หมุนกลับเข้าสู่หุ้น Technology และ Software สะท้อน Momentum ที่แข็งแกร่งขึ้น จึงสนับสนุนการลงทุนตาม Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHQTUM กองทุนควอนตัมกองแรกของประเทศไทย ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Defiance Quantum ETF (QTUM) ครอบคลุมทั้งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและ Pure-play Quantum
กรอบการลงทุน กอง Master: Defiance Quantum ETF (QTUM) แนวรับแรก USD 141.0 แนวต้านที่ USD 161.0 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 141.0 จะมี Expected Return ประมาณ 14.2 %)
LHGDIV
LHGDIV ทำจุดสูงสุดใหม่ - แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง หนุน Momentum Strategy กองทุนหลัก TDIV ETF แนวโน้มขาขึ้นยังแข็งแกร่งและยืนเหนือเส้น EMA ทุกช่วง สะท้อน Momentum ขาขึ้นที่แข็งแกร่ง จึงสนับสนุนการลงทุนตาม Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHGDIV ลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Morningstar Developed Markets Dividend Leaders UCITS ETF (TDIV) ลงทุนในหุ้นปันผลคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสรับกระแสเงินปันผลควบคู่กับการเติบโตของเงินลงทุนระยะยาว
กรอบการลงทุน กอง Master: VanEck Morningstar Developed Markets Dividend Leaders UCITS ETFแนวรับแรก EUR 52.6 แนวต้านที่ EUR 57.0 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก EUR 52.6 จะมี Expected Return**** ประมาณ 8.4%)
Medium-Term Strategy คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHAI
AI กำลังเปลี่ยนจากกระแสเทคโนโลยี สู่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ AI ยังเป็นเมกะเทรนด์ระยะยาว จากการใช้งานจริงที่ขยายตัวและการลงทุนใน AI Infrastructure อย่างต่อเนื่อง จึงเหมาะสำหรับการลงทุนตาม Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Roundhill Generative AI & Technology ETF ซึ่งบริหารแบบ Active Management คัดเลือกบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Generative AI และ AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) แนวรับ USD 87.0 | แนวต้าน USD 104.5 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 87.0 จะมี Expected Return ประมาณ 20.1%)
LHLONGEVITY
การรักษามะเร็งเข้าสู่ยุค Precision Oncology – เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว Oncology ได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Precision Oncology ซึ่งช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้พัฒนายามะเร็ง สะท้อนผ่านกองทุนหลัก CANC ETF ที่ให้ผลตอบแทน YTD +23.59% สูงกว่า PBE ETF (Biotech theme) ที่ +14.42% จึงยังน่าสนใจภายใต้ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHLONGEVITY ลงทุนในผ่านกองทุนหลัก Tema Oncology ETF (CANC) เพื่อเข้าถึงโอกาสจากนวัตกรรมการรักษามะเร็งและความต้องการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
กรอบการลงทุน กอง Master: Tema Oncology ETF (CANC) แนวรับ USD 40.56 | แนวต้าน USD 45.63 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 40.56 จะมี Expected Return ประมาณ 12.5%)
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF ข้อมูลแนวรับ แนวต้าน และ expected return เป็นการจัดทำโดยฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุนมิได้เป็นการรับประกันผลตอบจากการลงทุนแต่อย่างใด
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต