LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

สรุปภาวะตลาด





ตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?
ความผันผวนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าการลดวงเงิน QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้นในปีนี้เลย เร็วกว่าตลาดคาดว่าจะเริ่มต้นในต้นปีหน้า สอดคล้องกับมุมมองของเราว่าความผันผวนของตลาดจะเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงการกล่าวถึงรายละเอียดของการลดวงเงิน QE

มุมมองการลงทุนในสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นต่างประเทศจะยังคงเคลื่อนไหวกรอบแคบ และอาจปรับตัวในทาง sideway down หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นมามากตั้งแต่ช่วงต้นปี ประกอบกับเป็นช่วงที่เข้าใกล้การส่งสัญญาณ QE Tapering ของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยเฉพาะงานสัมมนาของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางของประเทศขนาดใหญ่ทั่วโลกที่ Jackson Hole และการที่เศรษฐกิจอาจชะลอการเติบโตลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา สำหรับตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และอาจมีแรงขายออกมาหากดัชนีปรับเข้าใกล้ระดับ 1,565 จุด จากปัจจัยกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจ และกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปี โดยยังมองกลุ่มที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มส่งออก เป็นต้น คาดกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าที่ 1,510 – 1,560 จุด

REITs
คาด REITs ในกลุ่มประเทศที่การกระจายวัคซีนทำได้เร็วและมีสัดส่วนของ REITs ยุคใหม่ในสัดส่วนสูงจะยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีได้ในระยะยาว แต่อาจมีแรงขายทำกำไรหากอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ต้นปี ส่วน REITs ในกลุ่มประเทศที่การกระจายวัคซีนทำได้ช้าเช่นประเทศกำลังพัฒนารวมถึงไทยแม้ยังคงมีแรงกดดันจากมาตรการป้องกันการระบาดของ COVID-19 แต่จากราคาที่ laggard ค่อนข้างมาก ทำให้ downside risk ค่อนข้างจำกัด และหากมีการผ่อนคลายมาตรการ lockdown จะเป็นปัจจัยหนุน REIT กลุ่มนี้ได้ รวมถึงมีอัตราเงินปันผลที่สูงกว่าโดยเปรียบเทียบ

กลยุทธ์การลงทุน และกองทุนที่น่าสนใจ
คาดว่าตลาดมีแรงกดดันหลังเข้าใกล้ช่วงการสัมมนาผู้ว่าธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกที่เมือง Jackson Hole โดยนักลงทุนจะให้ความสำคัญว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ QE Tapering ในงานดังกล่าวเลยหรือไม่ ซึ่งหากมีการส่งสัญญาณและตลาดหุ้นอาจปรับตัวลดลงแรงจากปัจจัยดังกล่าว มองเป็นโอกาสในการทยอยเข้าลงทุนระยะกลางยาวได้ ขณะที่ในตลาดหุ้นจีนคาดผลจากการแทรกแซงของภาครัฐจะยังคงกดดันตลาดหุ้นต่อไปอีกระยะ แต่หากเศรษฐกิจชะลอตัวลงแรง คาดธนาคารกลางจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นลด RRR หรือ LPR ลงอีกในอนาคต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นโดยรวม
สำหรับกองทุนน่าสนใจลงทุน มองว่ากองทุนที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ผลิตภัณฑ์ยังมีความต้องการอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง บริษัทที่อัตราการเติบโตดี แต่ ยัง laggard เมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม เป็นต้น มีความน่าสนใจในการทยอยลงทุน เช่น


LHSEMICON จากความต้องการ semiconductor ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง หนุนโดยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 5G connected devices ยานยนต์ไฟฟ้า และ ยานยนต์ไร้คนขับ โดยมี EPS growth สูงกว่า 20% yoy ในปีหน้า 
LHMEGA จากการที่กองทุนมีการลงทุนในหุ้นของบริษัทกลุ่ม Health Care ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ดี และ valuation ยัง laggard ตลาดหุ้นโดยรวมค่อนข้างมาก และมีน้ำหนักการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสัดส่วนน้อย
LHROBOTE ซึ่งจะได้ประโยชน์หากการระบาดของโรค COVID-19 สายพันธุ์เดลต้ายังเพิ่มต่อเนื่อง จะทำให้ความต้องการใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิต และธุรกิจต่างๆ น่าจะเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทที่กองทุนลงทุน
ความเสี่ยง  เนื่องจากตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทุนหุ้นอาจปรับตัวลงหากมีปัจจัยลบแม้เพียงเล็กน้อยเข้ามาในระยะสั้น แต่ในระยะยาวยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นจากพื้นฐานที่มีความแข็งแกร่ง


Key Event ในสัปดาห์นี้
ต่างประเทศ
- การสัมมนาธนาคารกลางต่างๆ ที่เมือง Jackson Hole ซึ่ง Jerome Powell ผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสกล่าวถึงแนวโน้มและรายละเอียดเกี่ยวกับ QE Tapering 
- ดัชนี PMI ภาคการผลิต, Core PCE ซึ่งบ่งบอกถึงอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
ภายในประเทศ
- ยอดส่งออกนำเข้าเดือน ก.ค. 64-
- Thailand Focus


ที่มา LHFund 20 ส.ค. 64







 

กรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ